ประวัติท่าน อ.เม้ง ขุนแผน

ประวัติท่านอาจารย์เม้ง ขุนแผน
ชาติภูมิในวัยเด็กของท่าน อ.เม้ง ขุนแผนนั้นท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.2500 เติบโตมาในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน(แซ่ลิ้ม)บริเวณแถวหัวลำโพง จ.กรุงเทพฯ ในวัยเด็กได้เล่าเรียนในสถานศึกษาตามวิถีของคนไทยในสมัยนั้น แต่ที่แปลกกว่าเด็กทั่วไปในวัยไล่เลี่ยกันนั้นคือท่านชอบเรื่องการทำบุญ ทำทานและสนใจในเรื่องศาสตร์ลี้ลับ ไสยเวทย์ต่างๆเป็นอย่างยิ่ง เริ่มจากอ่านจากตำราอักขระเวทย์มนต์ที่มีอยู่ทั่วไปที่สามารถเสาะหาได้ ลองภาวนาแล้วลองทำตาม ซึ่งก็ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ท่านจึงคิดได้ว่าการศึกษาเล่าเรียนไม่ว่าเรื่องใดๆก็ตาม จำเป็นต้องมีครูเป็นผู้อบรมสั่งสอนเพราะในเรื่องวิชาทางไสยเวทย์นั้นย่อมมีเคล็ดลับปลีกย่อยและเป็นศาสตร์ที่ลึกซึ้ง เมื่อคิดได้ดังนี้ท่านจึงได้เริ่มเดินทางเสาะแสวงหาครูบาอาจารย์เพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์และจะได้แนะนำในสิ่งที่ท่านสนใจได้กระจ่างแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น อาจารย์คนแรกที่ท่านเดินทางไปฝากตัวเพื่อร่ำเรียนวิชานั่นก็คือ อ.แฉล้ม อยู่ที่ ซ.สุขุมวิท65 ในสายวิชาการสร้างรักยมและกุมารทอง ซึ่งในขณะนั้นท่านมีอายุได้เพียง 14 ปีเท่านั้น ซึ่งลูกศิษย์คนนี้ก็ไม่ทำให้ อ.แฉล้ม ต้องผิดหวังเพราะท่านสามารถสร้างและปลุกเสกรักยม กุมารทองไว้ใช้งานได้ดีในระดับที่น่าพอใจตามสภาวะจิต และวุฒิภาวะของท่านในขณะนั้น แต่ใช่ว่า อ.แฉล้มนั้นเก่งแต่ทางรักยมและกุมารทองเท่านั้น วิชาคาดปูนทางคงกระพันชาตรีท่านก็เยี่ยมยอดเช่นกัน อ.เม้งเล่าให้ฟังว่าพ่อแฉล้มนี้ท่านถ่ายทอดวิชาคาดปูนและลองให้ลูกศิษย์ดูโดยการที่ อ.แฉล้มท่านเอาปูนแดงคาดคอให้แล้วเอามีดฟันหลังดังตุบ ตุบ ไม่ปรากฎว่ามีลูกศิษย์รายใดที่ถูกมีดฟันเข้าเลยแม้แต่คนเดียว แต่ท่านมีข้อห้ามเด็ดขาดว่าอย่าไปด่าพ่อแม่ใครอย่างเดียวเป็นพอ(สมัยเป็นวัยรุ่น อ.เม้ง ท่านก็นิยมแนวทางอยู่ยงคงกระพันเหมือนวัยรุ่นสมัยก่อน แต่มาเห็นว่าการอยู่ยงคงกระพัน นั้นไม่จีรังยั่งยืนย่อมมีพลาดพลั้งเข้าซักวัน เหมือนเพื่อนรักของท่านที่โตมาด้วยกัน)นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ท่านหันหลังให้กับวิชาไสยเวทย์ทางด้านคงกระพันชาตรี และหันมาสนใจวิชาทางด้านเมตตามหานิยม เสริมดวง สะเดาะเคราะห์และโชคลาภอย่างจริงจัง เพื่อหวังสงเคราะห์ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้ในภายภาคหน้า ในส่วนเรื่องวิชารักยมและกุมารทองนี้ท่านบอกว่า ถ้าปลุกเสกได้เป็นอย่างดีแล้วกลางคืนเขาสามารถมาดึงผ้าห่มเจ้าของเล่นได้ก็แล้วกัน เรื่องประสบการณ์นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย รักยมนี่ท่านแกะเองเสกตั้งธาตุทีละตน ท่านบอกแกะแล้วให้มันกินเลือดเราด้วยนิดหน่อยพอเป็นพิธี มันมีเลือดเรามันก็คือลูกเรา ตัวเจ้ารัก ใช้ไม้รักตายพรายกิ่งหันทางทิศตะวันออก พลีตอนเช้ามาแกะ ส่วนตัวเจ้ายม ใช้ไม้มะยมตายพรายพลีตอนเย็นมาแกะ แล้วเอาแช่น้ำมันว่านน้ำมันอาถรรพ์ที่ทำมาตั้งแต่เริ่มทำของ และน้ำมันว่านไก่แดง ส่วนกุมารทองก็ให้หาไม้มงคลต่างๆมาแกะและปลุกเสกตามตำราเรื่องทำมาหากินและใช้งานนี่ชั้นหนึ่งเลย

สล็อตออนไลน์

ต่อมาก็ได้เดินทางมาเรียนต่อกับพระครูสังฆรักษ์พงศ์สิงห์หรือที่ชาวบ้านแถวนั้นเรียกท่านว่าหลวงเตี่ยแห่งวัดกลางนาหรือวัดบางมดโสธราราม กรุงเทพฯในปัจจุบัน หลวงเตี่ยเป็นพระนักเลงและเป็นพระที่ภูตผี ปีศาจเกรงกลัวมาก ในสมัยนั้นมีการเล่ากันว่า เพียงแค่บ้านไหนที่มีคนถูกภูติผีวิญญาณร้ายเข้าสิงอยู่ เพียงแค่หลวงเตี่ยท่านผ่านบ้าน ผีร้ายที่สิงอยู่ก็ออกทันที ที่วัดกลางนานี้นี่เอง อ.เม้งได้รับการถ่ายทอดวิชาปลดปล่อยและสยบวิญญาณร้ายมาเต็ม ๆ นั่นก็คือการนำเถ้าอาถรรพ์มาผสมสร้างวัตถุมงคล เพื่อสร้างบุญกุศลให้กับดวงวิญญาณที่แตกดับโดยทุกขเวทนา ปลุกอาถรรพ์ไว้ใช้งาน เฝ้าบ้านเรือน เฝ้าของมีค่า ตลอดจนได้รับการอบรมวิธีจริญสมาธิทำอสุภกรรมฐานต่าง ๆ ท่านว่าหลวงเตี่ยนี่ในเรื่องการปลุกเสกพระเครื่องวัตถุมงคลนั้นไม่ธรรมดาไม่เหมือนพระเกจิอาจารย์รูปอื่น เพราะท่านปลุกเสกพระโดยที่ไม่หลับตา และดวงตาของหลวงเตี่ยนั้นมีลักษณะคล้ายลุกเป็นไฟเห็นแล้วน่ากลัวเพราะหลวงเตี่ยเองนั้นท่านชำนาญเรื่องการเดินกสินไฟเป็นอย่างมากและ อ.เม้ง ยังได้รับการถ่ายทอดวิชาอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น สอนวิธีตั้งธาตุ แก้เสน่ห์เล่ห์กล ถอนคุณถอนของลมเพลมพัดต่างๆ หลวงเตี่ยสอนให้เยอะมาก และหลวงเตี่ยเองก็พอใจในความ วิริยะ อุตสาหะ สนใจใคร่รู้ในตัว อ.เม้ง เป็นอย่างมากเช่นกัน จึงได้ถ่ายทอดให้โดยไม่ปิดบังอำพรางแต่ประการใด
จากวัดกลางนา อ.เม้ง ได้มุ่งหน้าสู่วัดสามไถ จ.อยุธยา เพื่อขอเรียนวิชากับยอดเกจิทางเมตตา มหาเสน่ห์ยุคนั้น นั่นคือ หลวงพ่อน้อยแห่งวัดสามไถ โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาสักยันต์ ผีเสื้อจ้าวเสน่ห์ แมลงป่องทรงพลัง และยันต์เพชรพญาธรจอมเจ้าชู้ ซึ่ง อ.เม้ง เรียนขึ้นเสกขึ้น ทำเป็นจนหลวงพ่อน้อยผู้เป็นอาจารย์ชื่นชมในสมาธิจิตที่ดีเยี่ยม และยังถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้อีกหลายๆอย่าง
จากวัดสามไถ อ.เม้ง ก็มุ่งหน้าเสาะแสวงหาวิชา จากครูบาอาจารย์ดีๆอีกหลายแห่ง โดยตระเวนไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ เจอครูบาอาจารย์ที่น่าเลื่อมใสศรัทธา ก็น้อมกายและใจฝากตัวเพื่อเรียนรู้อยู่ร่ำไป ในช่วงเวลานี้นับเป็นเวลาที่ อ.เม้ง ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆไว้มากมาย

jumboslot

ต่อมาก็ได้เดินทางมาที่วัดมารวิชัยที่ จ.อยุธยา โดย อ.เม้ง ได้เดินทางมาพบพระภิกษุชราที่มีปฏิปทาน่าเลื่อมใสศรัทธายิ่ง นั่นคือ พระครูเกษมคณาภิบาล หรือ หลวงพ่อมี เขมธัมโม ยอดเกจิกระเดื่องนามแห่งเมืองกรุงเก่านั่นเอง โดยที่ อ.เม้ง ได้ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ โดยปกติอุปนิสัยส่วนตัวของหลวงพ่อมีนั้น ท่านเป็นพระที่ค่อนข้างดุ พูดน้อย เคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างยิ่ง ถ้าใครที่ไปทำอะไรไม่เข้าท่า เข้าทางเป็นต้องโดนท่านตำหนิ แต่กับ อ.เม้ง นั้นแปลกมาก หลวงพ่อมีให้ความเมตาและสนใจในตัวลูกศิษย์คนนี้เป็นอย่างดี โดยที่หลวงพ่อมีท่านได้สอนการทำสมาธิในระดับที่สูง สอนเคล็ดวิชาครูฤาษี และถ่ายทอดสรรพเวทย์วิทยาให้อีกหลายอย่าง ซึ่งในตอนนั้น ถ้าวันไหน อ.เม้ง ว่างจากงานของครอบครัวที่รับผิดชอบ ท่านจะไม่ไปที่ไหนเลยนอกจากมุ่งหน้าไปกราบ หลวงพ่อมี เพื่อต่อวิชาที่หลวงพ่อได้สั่งสอนและ อ.เม้ง นั้นหลวงพ่อมีท่านมีเมตตาให้ถึงขนาดที่ อนุญาตให้เป็นผู้ออกรวบรวมมวลสารตลอดจนว่านนานาชนิด เพื่อสร้างพระขุนแผนให้กับท่านแถมยังบอกคาถากำกับให้ ซึ่งผู้ที่ได้ไปสมัยนั้นอ่านคาถาทีไรอดนึกขำไม่ได้ซักที (แต่ขอบอกว่าเด็ดขาดด้านเมตตามหานิยมจริงๆ)แม้แต่วันที่หลวงพ่อมี มรณภาพ อ.เม้งในตอนนั้นท่านติดธุระที่สำคัญ ก็ได้ยกเลิกกลางคัน และมุ่งหน้ากราบแทบเท้าครูบาอาจารย์ที่ท่านรักเป็นครั้งสุดท้าย ทุกวันนี้วิชาต่างๆที่หลวงพ่อมีได้ถ่ายทอดให้ไว้ อ.เม้ง ก็นำมาสงเคราะห์ให้ลูกศิษย์ เพื่อสืบทอดวิชาของครูบาอาจารย์อันเป็นทีรักยิ่งของท่านสืบไป
หลังจากสิ้นหลวงพ่อมี อ.เม้งได้เดินทางเรียนวิชาเพิ่มเติมจากท่าน สยาก๊วย อาจารย์ฆราวาสชาวพม่า โดยที่สำนักสยาก๊วยนี้ อ.เม้งได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาทาง เมตตามหาเสน่ห์และโชคลาภต่างๆมากมาย ไม่ว่า จะเป็นการทำน้ำมันอาถรรพ์ การหาของอาถรรพ์ทางเสน่ห์ตามธรรมชาติเพื่อนำมาปลุกเสก การลงยันต์ทำตะกรุดทางเมตตามหาเสน่ห์ต่างๆ การเสกกุมาร และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งยันต์บางอย่างก็เปิดเผยเป็นสาธารณะไม่ได้ นอกจากศิษย์ในสำนักเท่านั้น และ อ.เม้ง ยังได้รับการถ่ายทอดวิชาเสริมดวง ค้ำดวง แก้อาถรรพ์ต่างๆ ซึ่ง สยาก๊วย นั้นถึงกับยอมรับฝีมือในตัวลูกศิษย์ของท่านคนนี้ ว่าไม่เสียแรงที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากท่านไปทุกประการ ซึ่งวิชาทางเมตตามหาเสน่ห์และโชคลาภที่ร่ำเรียนกับ สยาก๊วย นั้น อ.เม้งเคยพูดเล่นๆว่า ถ้าทำเป็นวัตถุมงคลและเครื่องรางออกมา คงทำได้มากมายหลายร้อยชนิดเลยทีเดียว

เครดิตฟรี

ทุกวันนี้ ทาง อ.เม้ง ขุนแผน ได้ทุ่มเทเวลาที่มีช่วยเหลือลูกศิษย์ ไม่ว่าใกล้หรือไกลแม้แต่ชาวต่างประเทศก็ยังเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาให้ท่านสงเคราะห์ช่วยเหลือ โดยท่านได้ใช้สรรพเวทวิทยาคม ที่ได้ร่ำเรียนมาเกือบครึ่งชีวิต สงเคราะห์ให้กับคนเหล่านั้นโดยที่ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ซึ่งหากใครที่เป็นลูกศิษย์ต่างทราบดีในความมีเมตตาของท่านตรงจุดนี้ ท่านบอกกับลูกศิษย์อยู่เสมอว่าคนที่มาหาเราที่สำนักนี้ล้วนแบกความทุกข์มาหาเรา เพื่อหวังพึ่งพาเรา เพื่อช่วยผ่อนคลายความทุกข์ ตัวเราเองเป็นครูบาอาจารย์เขา ควรต้องช่วยเขาให้เต็มที่เท่าที่เราจะทำได้ เพื่อไม่ต้องให้เขาเหล่านั้นแบกความทุกข์กลับไปอีก

สล็อต