เมืองเพชรเมืองพระ (พระอาจารย์จิ)ที่ผมรู้จัก …ตอนที่ 1

ย้อนหลังไป10กว่าปี กับความเป็นเพชรบุรีที่ผมรู้จัก วันนั้นกับวันนี้ถึงความเปลี่ยนไปของยุคสมัยอาจทำให้หลายอย่างแลดูจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่สำหรับผมแล้วแทบไม่มีอะไรเลยที่เรียกได้ว่าแตกต่างไปเลยในความรู้สึก ทั้งบ้านเมือง ผู้คนและรอยยิ้มที่จริงใจ ความเป็นมิตรของผู้คน กับภาษาพูดที่สำเนียงคนเพชรแท้ๆที่บางครั้งผมฟังแล้วเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่ผมก้อมีความสุขทุกครั้งที่ได้ฟัง และบ้านเมืองที่เงียบสงบ มิตรไมตรีของผู้คน นี่แหละคือความน่ารักความอบอุ่น ความประทับใจที่ยังมีอยู่เสมอๆสำหรับผู้มาเยื่อนอย่างผมและสำหรับผมเพชรบุรียังมีเสน่ห์มิรู้เลือนเสมอๆ
ในห้วงเวลา10กว่าปีนี้ ผมเองได้มีโอกาศไปเยื่อนวัดและสถานที่ต่างๆในจังหวัดเพชรบุรีอยู่บ้าง คำถามแรกคือที่ผมมักถามตัวเองเสมอๆในทุกๆที่ที่ไปว่าที่นี่มี ความเป็นมา เป็นไปอย่างไรและมีเรื่องราวอะไรให้ผมต้องมาเยือน ณ ที่แห่งนี้
ครั้งนึงเคยได้รับเหรียญรูปเหมือนสมเด็จเจ้าแตงโม วัดหนองหว้า จากเพื่อนคนเพชรบุรี ทำให้ผมอยากทราบถึงที่มาที่ไป อยากไปตามหาวัดแห่งนี้ สอบถามได้ว่าเป็นวัดบ้านเกิดแห่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้าแตงโม แห่งกรุงศรีอยุธยา และที่แห่งนี้ทำให้ผมได้พบเรื่องราวประทับใจมาเล่าสู่กันฟัง

สล็อตออนไลน์

กล่าวถึงสมเด็จเจ้าแตงโม สมัยก่อนผมว่าบางท่านยังจำความได้สมัยเรียนหนังสือในวิชาประวัติศาสตร์ จังหวัดเพชรบุรีมีเรื่องราวของสมเด็จเจ้าแตงโม รวมอยูในนั้นผมพอจำได้คร่าวๆถึงความเป็นมาที่คุณครูเล่า ว่าวันหนึ่งเด็กน้อยชื่อทอง ลงเล่นน้ำกับเด็กวัดใหญ่ที่ท่าหน้าวัด มีเปลือกแตงโมลอยน้ำมา ๑ ชิ้น เด็กน้อยด้วยความหิวจึงคว้าเปลือกแตงโมได้แล้วก็ดำน้ำลงไปเคี้ยวกินแล้วโผล่ขึ้นมา เมื่อเด็กที่เล่นน้ำด้วยกันรู้ว่าเด็กทองกินเปลือกแตงโม ก็พากันเย้ยหยันต่าง ๆ ว่าตะกละกินเปลือกแตงโม จึงได้พากันเรียกว่าเด็กแตงโม ตั้งแต่นั้นมา

นี่คือมูลเหตุแรก ที่ผมอยากรู้ว่าทำไม เด็กน้อยแตงโมวันนั้นถึงได้มีความเจริญในพระบวรพุทธศาสนาจนได้เป็นถึงสมเด็จพระสังฆราชเจ้าแห่งกรุงศรีอยุธยาได้และ สมเด็จเจ้าแตงโม ได้ให้ช่างหล่อรูปท่านไว้รูปหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นรูปหล่อพระสงฆ์เท่าองค์จริงครั้งแรกของเมืองไทยตราบเท่าที่เคยมีมา ในประวัติว่าพระยาดำรงราชานุภาพว่า “ของสำคัญอีกอย่างหนึ่งนั้น คือรูปพระสงฆ์หล่อเท่าตัวคนนั่งพับเพียบพนมมือ ฝีมือที่ปั้นและหล่อเหมือนคน ดีกว่ารูปของท่านขรัวโตหรือรูปสมเด็จพระราชาคณะที่ได้เคยเห็นในที่อื่น ๆ รูปนั้นเขาเรียกกันว่ารูปสมเด็จเจ้าแตงโม คือท่านผู้ที่สร้างวัดใหญ่นี้ระลึกถึงชาติภูมิจึงออกมาบูรณะวัดใหญ่และสร้างวัดขึ้นมาอีก ๒ วัด คือ วัดหนองหว้า เพื่ออุทิศให้โยมมารดา และวัดดอนบ้านใหม่ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้โยมบิดา ทำเท่ากันเหมือนกัน แลยังปรากฏอยู่ด้วยกัน จนตราบเท่าทุกวันนี้ทั้ง ๒ วัด วัดใหญ่นั้นมีนามใหม่เรียกว่า วัดใหญ่สุวรรณาราม ตามชื่อของสมเด็จสังฆราชองค์นั้น และราษฎรพากันนับถือจึงให้ช่างจีนปั้นรูปหล่อสังฆราชทองในเวลาท่านออกมาเมืองเพชรบุรี แล้วหล่อไว้สักการบูชาตราบเท่าจนกาลบัดนี้

ณ วัดหนองหว้าแห่งนี้เอง ทำให้ผมได้พบหลวงพ่อ

ณ วัดหนองหว้าแห่งนี้เอง ที่ทำให้ผมได้รู้จักพระรูปหนึ่งที่จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้คือ พระอาจารย์จิ วัดหนองหว้า หรือที่ผมเรียกท่านว่าหลวงพ่ออยู่ทุกครั้งตั้งแต่ครั้งที่พบท่านจนถึงวันนี้ รำลึกถึงครั้งแรกที่เจอท่านตอนนั้นหลวงพ่อท่านเป็นพระหนุ่มแลดูถ่อมตนเงียบๆตอนนั้นท่านน่าจะอายุราวๆสามสิบกว่าๆเห็นจะได้ ท่านเป็นพระสำรวมในกริยา วาจา และท่านไม่ค่อยพูดจนคนที่ไปด้วยแลดูว่าหลวงพ่อเป็นพระที่ดุ และสำหรับผมแล้วกลับมองว่าท่านเป็นพระที่ขี้อายและใจดีมีเมตตามากไม่ได้ดุเลย จะมีบ้างที่ท่านเหลือบชำเลืองมองเราเป็นบางครั้งและก็นิ่งสงบ ไม่ถามไม่ตอบ แต่สำหรับผมแล้วนี่คือความศรัทธาตั้งแต่แรกพบก็ว่าได้ ถึงความเรียบง่ายสำรวมในความเป็นพระของท่าน ตอนนั้นในกุฏิท่านมากมายไปด้วยสิ่งของปลัดขิก และมงคลวัตถุต่างที่มีคนมาฝากท่านปลุกเสกจนแลดูขนาดห้องขนาดราว3คูณ3 เมตรที่ไม่มีสิ่งของเครื่องใช้อื่นใดนอกจากโต้ะเขียนหนังสือตัวเดียวและโต้ะบูชาพระเล็กๆและห้องก็คับแคบเสียจนไม่เห็นที่จะท่านจำวัดได้ตรงไหน แลดูที่นอนหมอนมุ้งก็ไม่เห็น ท่านอยู่ในความพระจริงๆ ในใจคิดอย่างนั้น และก่อนกลับท่านก็มอบมงคลวัตถุของท่านให้เป็นที่ระลึกแก่ทุกคน ยังจำได้ท่านเคยบอกว่ามอบให้ “เพื่อให้คิดถึงพระบ้าง”

และตั้งแต่วันั้นมาผมก้อแวะเวียนไปเที่ยววัดหนองหว้าและได้กราบนมัสการหลวงพ่ออยู่เสมอมา ดังที่หลวงพ่อมักพูดเสมอก่อนกลับว่า “แล้วมาเที่ยวอีกนะ”

jumboslot

เป็นเหมือนลม
มีครั้งนึงราวปี46ที่ได้มีโอกาศพาคุณลุงท่านนึงซึ่งท่านเป็นนักปฏิบัติที่เข้มแข็งมากในสายวิชามโนมยิทธิ ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง พวกเราที่ไปหาท่านคราวนั้นต่างก็เอาเหรียญบ้าง มงคลวัตถุบ้างให้ท่านลงอักขระให้และปลุกเสกให้ ซึ่งหลวงพ่อท่านก็รับทำให้อย่างเต็มใจ ทั้งจารทั้งเสก คุณลุงท่านเล่าว่าตอนหลวงพ่อปลุกเสกให้อยู่นั้นท่านนั่งสมาธิตามไปดูเห็นแสงสว่างจ้าสีแดงเต็มห้องไปหมด ทำให้ปวดและมึนศรีษะมากๆจะมาหายก็ตอนที่หลวงพ่อท่านเสกเสร็จนั้นเอง เคยสอบถามหลวงพ่อท่านก็บอกแค่สั้นๆว่ามโนมยิทธินั้น “เป็นเหมือนลม”

เกรงใจ
หลวงพ่อท่านเป็นพระที่เกรงใจญาติโยมเสมอ ไม่กล้าเอ่ยปากเรื่องใดๆเลย ได้ยินเสมอๆจัดชอบพูดว่า” เกรงใจ’’ เวลาปรารภจะช่วยทำบุญกับท่านในบางครั้งในก็จะบอกเกรงใจทุกครั้ง ร่ำไป

เวลามีญาติโยมมากราบท่านที่วัด หรือมาทำบุญ ภาพที่เห็นจนชินตาทุกครั้งที่หลวงพ่อมักหาพระบ้าง ตะกรุดบ้าง ปลัดบ้าง ที่หาได้ทั่วไปรอบๆตัวท่านมาแจกแก่ญาติโยมที่มาหาท่านทุกคนไป ใครขออะไรท่านก็แจกจนหมด จะทำบุญหรือไม่ท่านก็แจกหมด นอกจากบางอย่างที่เป็นของวัดท่านจะบอกตรงๆว่านี่ของวัดไม่ใช่ของท่าน ส่วนตัวผมเองเคยทำปลัดไปฝากให้ท่านปลุกเสก บอกจะมารับวันหลัง ขอให้หลวงพ่อเสกขลังๆ วันไปรับคืน ท่านยังบอกว่าแจกซะหมดฉิบแล้ว แล้วก็ยิ้มน้อยๆ บอกเดี๋ยวเอาอย่างอื่นไปแทน ผมก็ได้แต่ยิ้มแหะๆนี่ละครับ พระอาจารย์จิ ของแท้ ที่ผมประทับใจ

หลวงพ่ออาจจะเป็นพระที่คุยไม่เก่ง แต่ท่านเมตตาพวกเราทุกคน ความเมตตาของท่านต้องไปท่านเองจึงจะทราบครับ ชวนท่านคุยบ้าง หลวงพ่อท่านใจดีมากครับ คำว่าให้ ท่านมีให้พวกเราเสมอครับ

เมื่อถามถึงพระอาจารย์ของหลวงพ่อ

เคยถามถึงประวัติของหลวงพ่อและพระอาจารย์ที่หลวงพ่อไปศึกษาร่ำเรียนวิชามาจนกระทั่ง ถึงหลวงพ่อยิดพระอาจารย์ของท่านก็ตาม ทุกครั้งถามท่าน ท่านจะไม่ค่อยพูดเรื่องนี้มากนัก มักจะบอกว่ามันนานละ จำได้ไม่หรอก (ภาษาเพชรแปลว่าจำไม่ได้) แล้วท่านก็เฉยๆไปจนบ่อยๆเข้าผมเลยเลิกถามไปเอง เพราะได้คำตอบที่มากกว่าจากปากหลวงพ่อเอง คือเท่าที่เห็นในห้องเล็กๆของท่าน จะมีรูป หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก หลวงพ่อแผ่ว วัดโตนดหลวง หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง หลวงพ่อทวด และรูปปั้นหลวงปู่ฤาษีที่โต้ะบูชาพระของท่าน มานั่งคิดใจว่าเห็นๆอยู่แล้วยังจะมาถามอีกทำไมเนอะ

เมื่อถามถึงอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์

หลวงพ่อมาเยี่ยมในฝัน เรื่องนี้มักเกิดขึ้นบ่อยๆกับผู้ที่ไปกราบท่าน พอกลับมาฝันเห็นท่านบ้างว่าท่านมาหาบ้าง เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดกับคนใกล้ตัวผมหลายๆคน เวลาถามถึงเรื่องนี้กับท่าน หลวงพ่อจะเงียบทุกครั้งไป และหลวงพ่อจะหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถาม ท่านจะเงียบจะเราเองก็ไม่กล้าที่จะถามต่อ

เครดิตฟรี

ในเรื่องราวแห่งอิทธิฤทธิ์ ปาฎิหาริย์ต่างๆนั้น เคยเรียนถามสิ่งเหล่านี้กับหลวงพ่อว่า วัตถุมงคลหลวงพ่อดีอย่างอย่างไร ดีทางไหน ท่านจะไม่พูดและหลีกเลี่ยงที่จะบอกตรงๆถึงเรื่องเหล่านี้เลยแต่คำตอบที่ได้ยินเสมอคือ แขวนๆไปเหอะ ให้ไปให้คิดถึงกัน ไม่เคยได้ยินหลวงพ่อบอกเลยว่าของท่านดีอย่างไร แต่เท่าที่สัมผัสได้ เวลาท่านจะมอบวัตถุมงคลให้ใครก่อนมอบท่าน จะตั้งใจปลุกเสกให้เป็นอย่างดีทุกครั้งไป ถึงกับโยงสายสิญน์มาเสกในมือเลยทีเดียว

หลวงพ่อกับการจารอักขระ

ทุกคนที่ไปกราบท่านผมเชื่อว่า มีบ้างที่ขอเมตตาจารให้ท่านจารวัตถุมงคลให้บ้าง และที่ท่านมักพูดติดตลก เสมอๆ ว่า ท่านจารสวยไม่หรอก (จารไม่สวย) แต่หลายท่านคงจะประทับใจ กับความเมตตาของหลวงพ่อทุกครั้ง และรอยจารท่านจะจารอย่างงดงามยิ่งครับ ทุกวันนี้ในกุฎิ ของหลวงพ่อทุกวันนี้ มีวัตถุมงคลหลายอย่างมากมายที่ท่านจะลงจารด้วยมือของท่านเองทั้งสิ้นเป็นเป็นร้อยเป็นพันชิ้น นับได้ว่าหลวงพ่อมีความอดทนและตั้งใจทำเพื่อศิษย์ของท่านเป็นอย่างมาก จนบางครั้ง มือท่านชาไปเลยก็มีครับ

ตะกรุดและปลัดหลวงพ่อ

เป็นวัตถุมงคลอย่างแรกๆที่หลวงพ่อสร้างขึ้น ที่เกิดประสบการณ์แก่ผู้บูชา หลายปีก่อนตอนนั่งรอกราบหลวงพ่อมีวัยรุ่นคนนึง ในตัวมีตะกรุดหลวงพ่ออยู่ นั่งคุยกันได้ทราบว่าไปมีเรื่องมากับวัยรุ่นต่างถิ่น แต่รอดปลอดภัยมาอย่างปาฎิหาริย์ วันนั้นเลยมาขอให้หลวงพ่อลงตะกรุดให้อีกและยืนยันกับผมว่าตะกรุดหลวงพ่อดีจริงๆ เจอกันมาเยอะแล้ว

สล็อต

ส่วนปลัดหลวงพ่อระยะหลังท่านเริ่มทำน้อยลงและทุกตัวจะผ่านการจารมือจากหลวงพ่อล้วนๆแม่ค้า แถบหาดเจ้าสำราญปึกเตียนมีติดร้านกันทั้งนั้นสอบถามว่า มีแล้วเรื่องค้าขายดีร่ำลือทีเดียวครับ

หลวงพ่อบอกบุญ

โดยปกติหลวงพ่อเป็นพระที่เกรงใจญาติโยมมาก แต่เนื่องจากท่านมีดำริจะก่อสร้างมณทปวิหาร ในวัดหนองหว้า เพื่อประดิษฐสถาน หลวงพ่อศรีเพชร หลวงพ่อเปลี่ยน และรุปเหมือนหลวงพ่อยิด พระอาจารย์ของท่าน และเพื่อใช้เป็นประโยชน์สืบต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วแต่ทางวัดยังขาดปัจจัยอยู่กว่าสิบล้านบาท หลวงพ่อจึงบอกบุญศรัมธาสาธุชนมาร่วมบุญกัน โดยทำบุญที่วัดหนองหว้า ที่พระอาจารย์จิได้โดยตรง โดยหลวงพ่อท่านมีวัตถุมงคลรุ่นเบิกเนตร ที่ท่านออกแบบเอง จัดสร้างเอง เพื่อมอบเป็นที่ระลึกแก่ทุกท่านมี่รวมบุญครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงไป

อาฏานาฏิยปริตร