พระมหาสิทธิการแดง วัดอัมพวันเจติยาราม เหรียญเก่า ๒๔๖๖ ที่คนเฒ่าคนแก่ใช้กันจนเหลือแต่แก่น

พระมหาสิทธิการแดง วัดอัมพวันเจติยาราม หรือท่านเจ้าคุณพระมหาสิทธิการ ญาณรักขิต วิจิตรมุนี สังฆปาโมกข์(แดง) หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า พระอธิการแดง วัดอัมพวัน อดีตเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม อดีตเจ้าอาวาสองค์ที่ ๔ ของวัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) และเป็นอดีตเจ้าอาวาสองค์ที่ ๕ ของวัดอัมพวันเจติยารามวรวิหาร แห่งบ้านอัมพวา

พระมหาสิทธิการแดง นามเดิมชื่อ แดง บิดาชื่อ ม่วง มารดาชื่อ จันทร์ มีพี่น้องรวมด้วยกัน ๗ คนด้วยกัน ตัวท่านเป็นบุตรคนที่ ๓ เกิดที่ตำบลท้ายหาด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่ออายุ ครบ ๒๐ ปี ได้ทำการอุปสมบทที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) โดยมีพระสนิทสมณคุณเนตร์ เป็นพระอุปัชฌายะ

สล็อตออนไลน์

ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นพระปลัดฐานานุกรม ของพระสนิธสมณคุณ เมื่อพระพระสนิธสมณคุณ เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) ถึงแก่มรณะภาพ หลวงพ่อแดง ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสแทน และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม ในเวลาต่อมา

ด้วยความที่ท่านบวชแต่เยาว์วัยและเป็นพระเถระที่มีจริยวัตรที่งดงาม เก่งทั้งทางโลกและทางธรรม ประกอบกับท่านมีความรู้ทางด้านไสยท์เวทจนเป็นที่เลื่องลือ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายเป็นที่เคารพรักของชาวแม่กลองเป็นอย่างมาก

ครั้น พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลที่ ๕ ในคราวที่ทรงเสด็จประพาสมณฑลราชบุรี เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๒ ได้เสด็จแวะทอดพระเนตรวัดอัมพวันเจติยาราม ซึ่งตอนนั้นมีความชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก จึงทรงรับสั่งไว้ในพระราชหัตถเลขาว่า “แต่ก่อนมาเป็นวัดราชาคณะอยู่เสมอ แต่ได้โทรมเข้าเลยโทรมไม่ฟื้น เพราะไม่มีใครยอมไปอยู่ การที่ไม่ยอมไปอยู่นั้น เห็นจะเป็นด้วยปราศจากลาภผล ไม่เหมือนวัดบ้านแหลม และวัดพวงมาลัย ซึ่งได้ผลประโยชน์ในทางขลังต่างๆ แต่ด้วยเหตุที่ไม่มีสมภารดีๆนี่ จนราษฎรในคลองอัมพวา ก็พากันไปทำบุญเสียทีวัดปากน้ำ ลึกเข้าไปข้างใน การที่จะแก้ไขไม่ให้ร้าง ไม่มีอย่างอื่น นอกจากหาสมภารที่ดีมาไว้..”

หลังจากเสด็จประพาสคราวนั้นแล้ว ได้ทรงแต่งตั้งพระครู(แดง) วัดบ้านแหลม ขึ้นเป็นพระราชาคณะที่ พระมหาสิทธิการ(แดง) และโปรดให้ไปครองวัดอัมพวันเจติยาราม เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๔ เพื่อให้พัฒนาวัดให้กลับมาเจริญรุ่งเรือง สมดังที่เป็นวัดของราชนิกุลดังเดิม วัดอัมพวันเจติยาราม เป็นนิวาสเดิมขององค์ปฐมวงศ์ทางราชนิกุลแห่งบรมราชจักรีวงศ์ ในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ เป็นปีที่เสียกรุงศรีอยุธยา แก่พม่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้เสด็จพระราชสมภพ ณ ที่นี้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติแล้ว สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ทรงอุทิศบริเวณวาสถานให้เป็นที่สร้างวัดถวายแด่พระมารดา เดิมมีชื่อว่า วัดอัมพวา ตามชื่อตำบลบ้านอัมพวา หรือเรียกที่สวนเดิมของสมเด็จพระรูปว่า “อัมพวาสวนนอก”ภายหลังต่อมาท่านนักปราชญ์ผู้เฟื่องฟูทางภาษาบาลี ท่านเลยแปลภาษาไทยเป็นภาษาบาลีเสียเลยว่า “อัมพวาพาหิรุทยานประเทศ” ชื่อวัดอัมพวันเจติยารามนี้เข้าใจว่าจะเป็นชื่อพระราชทานในสมัยบูรณะปฎิสังขรณ์ครั้งรัชกาลที่ ๓ หรือรัชกาลที่ ๔ นี้เอง เพราะคำว่า “เจติยาราม” ทำให้เข้าใจว่าเป็นชื่อที่เกิดขึ้นภายหลังที่สร้างพระปรางค์แล้ว ชื่อ”อัมพวันเจติยาราม” ก็เป็นชื่อที่มีความหมายไพเราะเหมาะสม กล่าวคือ “อัมพวัน” โดยพยัญชนะก็แปลว่า “สวนมะม่วง” โดยความหมายก็หมายถึง”อัมพวาสวนนอก” และต้นมะม่วงยังเป็นต้นไม้เกี่ยวเนื่องอยู่ในพุทธประวัติด้วย “เจติย” โดยความหมายก็แปลว่า”ที่เคารพบูชา” และ “อาราม” หมายความว่า “ที่อยู่อันร่มรื่นเกษมสำราญ” ชื่อ “วัดอัมพวันเจติยาราม” จึงมีความหมายว่า “สวนมะม่วงอันร่มรื่นเกษมสำราญเป็นสถานที่เคารพบูชา”

jumboslot

รายนามเจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยาราม ที่มีการจดบันทึกไว้ได้แก่

๑. พระวินัยมุนี(บัว) ผู้สร้างวัดปทุมคณาวาส และวัดท้ายหาด

๒. พระวินัยมุนี (น้อย)

๓. พระราชศรัทธาโสภิต (ศรี)

๔.พระสนิทสมณคุณ (เนตร)

๕. พระมหาสิทธิการ (แดง) พ.ศ. ๒๔๕๔ -​ ก่อน พ.ศ. ๒๔๖๕

๖. พระมหาสิทธิการ(ถมยา) (นิมนต์มาจากวัดบางขันแตก) (ก่อน พ.ศ. ๒๔๖๕ – ๒๔๗๑)

๗. พระครูสมุห์ฮ้อ (พ.ศ. ๒๔๗๑ – ก่อนปี พ.ศ. ๒๔๗๕)

๘.พระครูอัมพวันเจติยาภิบาล (ลิบ)

๙. พระอัมพวันเจติยาภิบาล (เจริญ ขนติโก) เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยารามตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๗๕ จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๐๖

ด้านประวัติอื่นๆ ไม่สามารถหาได้ว่าหลวงพ่อแดง ท่านมรณะเมื่อใด เนื่องจากไม่มีการจดบันทึกไว้อย่างชัดเจน จะมีก็เพียงการบอกเล่าและจดบันทึกหลักๆแต่เพียงเท่านั้น

วัตถุมงคลของพระมหาสิทธิการแดง

ปี พ.ศ. ๒๔๖๖

เครดิตฟรี

เหรียญคอน้ำเต้ารุ่นแรกหลวงพ่อแดง วัดอัมพวัน

พระมหาสิทธิการแดง วัดอัมพวัน มีการจัดสร้างเหรียญทรงเสมาคอน้ำเต้า ข้างเลื่อย แบบมีหูในตัว เหรียญสร้างด้วยเนื้อทองแดง จำนวนการสร้างไม่มีการบันทึกไว้ ในหนังสือ ‘ยอดพระเครื่องแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง’ มีการกล่าวถึงเหรียญปั๊มรูปเหมือนพระมหาสิทธิการ (แดง) ปี พ.ศ. ๒๔๖๖ ว่าน่าเสียดายว่าไม่มีบันทึกประวัติการสร้างเหรียญ ไถ่ถามผู้รู้บางท่าน บอกว่า เหรียญดังกล่าวเป็นเหรียญปั๊มขอบเลื่อย มีเนื้อทองแดงเพียงเนื้อเดียว แต่มีแบบกะไหล่ทอง และแบบผิวไฟจัดเป็นเหรียญหายากของจังหวัดสมุทรสงคราม ‘เมืองแม่กลอง’ ทีเดียว

แต่จะสร้างขึ้นก่อนหรือหลังจากพระมหาสิทธิการ (แดง) มรณภาพไปแล้ว ยังค้นไม่พบหลักฐาน แต่จากประวัติของพระครูถาวรวิทยาคม (เพิ่ม ทิฏโฐ) วัดสรรเพชญ ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่ได้อุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๕ ณ วัดบางขันแตก มีพระครูมหาสิทธิการ (ถมยา) เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยาราม เป็นพระอุปัชฌาย์

ปี พ.ศ. ๒๔๗๑ เมื่อพระครูมหาสิทธิการ (ถมยา) ได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด และได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดบพิตรภิมุข หรือวัดเชิงเลน กรุงเทพมหานคร หลวงพ่อเพิ่มก็ได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดสรรเพชญ

ซึ่งก็น่าคิดได้ว่า เมื่อพระครูมหาสิทธิการ (ถมยา) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยาราม ทั้งยังเป็นพระอุปัชฌาย์ ก็น่าที่พระมหาสิทธิการ (แดง) จะมรณภาพไปแล้ว ทั้งประวัติของพระครูถาวรวิทยาคม (เพิ่ม ทิฏโฐ) บอกว่าได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระสมุห์ฐานานุกรมของพระครูมหาสิทธิการ (ถมยา) เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๗ ซึ่งขณะนั้นได้รับให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเจ้าคณะจังหวัดองค์ต่อมาคือ พระมหาสิทธิการ (ทอง) ซึ่งขณะนั้นยังเป็นที่ ‘พระครูมหาสิทธิการ’ ดำรงตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๓

นอกจากนี้จากบันทึกข้างต้น ยอมมีข้อถกเถียงตามมาอีกว่าเหรียญของพระครูสมุห์ฮ้อ ที่บ้างว่าสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ กว่าๆ บ้างก็ว่าสร้างปี พ.ศ. ๒๔๗๐ กว่าๆ นั้นเท็จจริงเป็นอย่างไร ? เพราะพระครูสมุห์ฮ้อ เป็นเจ้าอาวาสวัดอัมพวันฯ ต่อจากพระครูมหาสิทธิการ (ถมยา) ในปี พ.ศ. ๒๔๗๑

ซึ่งถ้าสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ กว่าๆ ค่อนข้างเป็นเรื่องแปลกที่พระครูสมุห์ฮ้อ จะสร้างเหรียญก่อนดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสหลายปี น้ำหนักจึงมาตกที่เหรียญน่าจะสร้างปี พ.ศ. ๒๔๗๐ กว่าจึงน่าจะเป็นข้อมูลที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด.

สล็อต